เครือข่ายอีสานตอนบน รณรงค์ควบคุมโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครือข่ายประชาชนภาคอีสานตอนบน 11 จังหวัดจัดการประชุมร่วมกันเรื่องการรณรงค์บังคับใช้กฎหมายควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เริ่มวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เพื่อ ป้องกันเด็กและเยาวชน ผู้เป็นอนาคตของชาติจากการถูกมอมเมาให้ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ตามที่พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อและเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม เว้นแต่เป็นการปรากฏของภาพลักษณ์ของเครื่องดื่มนั้นๆ ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วย การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการแสดงภาพลักษณ์เพื่อประกอบการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2553 โดยมีเจตนารมณ์ เพื่อป้องกันเด็กและเยาวชน มิให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย จนอาจก่อปัญหาด้านสุขภาพ ครอบครัว อุบัติเหตุและอาชญากรรม ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ผลปรากฏว่า มีผู้กระทำความผิดละเมิดมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้เป็นจำนวนมาก ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามกฎกระทรวง และประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2553 อย่างชัดเจน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเครือข่ายประชาชนภาคอีสานตอนบน 11 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย ชัยภูมิ หนองคาย สกลนคร นครพนม และจังหวัดมุกดาหาร จึงได้รณรงค์ส่งฟ้องผู้กระทำความผิดพร้อมกันในวันที่1มิ.ย.นี้
นายนิรุจน์ อุทธา ผู้อำนวยการศูนย์แก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคอีสานตอนบนกล่าวว่า เครือข่ายได้ดำเนินการสำรวจการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ 11 จังหวัดภาคอีสานตอนบน พบว่า มีการกระทำผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก จึงได้รวบรวมและส่งฟ้องไปยัง สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อให้บริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างจริงจัง ทั้งนี้ผู้กระทำความผิดโดยตรงคือ บริษัทผู้ผลิตป้ายโฆษณาและผู้ที่ร่วมรับผิดชอบคือ เจ้าของร้านที่ยินยอมให้มีการโฆษณาที่ร้านของตน รวมถึงหน่วยงานที่ยินยอมอนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผิดกฎหมายด้วย โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษสูงสุดคือจำคุก 1 ปี หรือปรับ 500,000 บาท พร้อมทั้งจำทั้งปรับ และหากฝ่าฝืนยังถูกปรับวันละ 50,000 บาทอีกด้วย ทั้งหมดนี้มีอายุความการดำเนินคดี 5 ปี ซึ่งเครือข่ายฯจึงขอให้เจ้าของสถานประกอบการ ร้านค้า ไม่ควรติดป้ายที่เป็นการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะป้ายไฟ ป้ายแบนเนอร์ ป้ายคัทเอ้าท์ขนาดใหญ่ ธงติดตามเสาไฟฟ้า และป้ายข้ามถนนตามงานเทศกาลต่างๆเป็นต้น
Posted on 01. Jun, 2010 by ขอนแก่น ทอร์ค in ข่าวขอนแก่น ชอบข่าวนี้ กด like ได้เด้อถ้า ใครมี facebook
Leave a Reply
รวบแก๊งตระเวนลักขโมยตัดสายเคเบิ้ล 4 จว.อีสาน
พ.ต.อ.พิษณุ วัตถุ ผกก สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิ ภูหริย์วงศ์สุข รอง ผกก.ป.สภ.พุทไธสง นำตัว นายนิคม พรมเกตุ อายุ 35 ปี อยู่ อ.พล จ.ขอนแก่น , นายไพรวัลย์ กละทู้นันท์ อายุ 30 ปี อยู่ อ.พล จ.ขอนแก่น และนายเรืองสิทธิ์ สืบสุนทร อายุ 30 ปี ก่อเหตุ ทั้ง มีด , เลื่อยตัดเหล็ก, คีมล็อค, ประแจ, คีมตัดสายไฟ และอื่นๆ อีกหลายรายการ มาร่วมกันแถลงข่าว หลังจากตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.พุทไธสง ได้ออกกวาดล้างจับกุมสิ่งผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง โดยตรวจค้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง พบชายทั้ง 3 คน กำลังมั่วสุมเสพยาบ้า จึงขอตรวจค้นภายในห้อง และพบรถยนต์จอดอยู่ภายในรีสอร์ทด้วย ตรวจสอบภายในรถยนต์ พบมีสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จำนวนมาก



