นายกเล็กขอนแก่นชี้กรณีครูตบกกหู นร.เหมือนลิ้นกับฟัน! เรียก ผอ.สวนสนุก แจงแล้ว
นายกเล็กนครขอนแก่น ขอร้องสื่อมวลชนอย่าเพิ่งฟันธงกรณีมีข่าวครูโรงเรียนสวนสนุก ในสังกัดเทศบาลทำร้ายร่างกายนักเรียนโดยตบที่กกหู จนบาดเจ็บหูอื้อ พร้อมวอนสังคมอย่ายึดแต่กฎหมายมากเกินไป ครูกับนักเรียนเหมือนลิ้นกับฟัน ต้องดูที่เรื่องจิตวิญญาณด้วย อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ครูคู่กรณียังไม่ยอมติดต่อกลับทางพ่อเด็กแต่อย่างใด
นายพีระพล พัฒนพีระเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ได้กล่าวขอความร่วมสื่อมวลชน อย่าเพิ่งฟันธงกรณีมีข่าวครูโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก ในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่นทำร้ายร่างกายนักเรียนชั้น ม.3 คนหนึ่งโดยตบที่กกหู จนนักเรียนบาดเจ็บหูอื้อตามใบรับรองแพทย์ ซึ่งพ่อเด็กได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นก่อนหน้านี้ ส่วนทางโรงเรียนไม่ยอมติดต่อบอกเล่าข้อเท็จจริงกับทางพ่อเด็กแต่อย่างใด
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเย็นวานที่ผ่านมา (21 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจาก นายอภิชาติ ปะกังพะลัง อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ 3 ของโรงเรียนเทศบาลสวนสนุก เพื่อขอความเป็นธรรมหลังจากลูกชายถูกครูสอนวิทยาศาสตร์ทำร้ายร่างกาย
นายอภิชาติ เล่าว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากบุตรชาย ว่า ถูกครูประจำการสอนภาควิชาวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่บุตรชายของตนเรียนอยู่ ทำร้ายร่างกายโดยการใช้ฝ่ามือตบไปที่บ้องหูด้านซ้ายของบุตรชายอย่างแรง ส่งผลให้บุตรชายของตนถึงกับหูดับเป็นเวลานาน ซึ่งกระทำต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น ที่สามารถเป็นพยานให้บุตรชายของตนได้ เพราะว่าอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนคาบเรียน
ตนจึงได้รีบรุดไปยังโรงเรียนของบุตรชายทันที จากนั้นทางผู้อำนวยการของโรงเรียนได้เข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย โดยไม่มีครูที่กระทำพฤติการณ์รุนแรงกับลูกศิษย์เข้าร่วมพูดคุยหรือแสดงความ รับผิดชอบแต่อย่างใด
นายอภิชาติ กล่าวว่า ตนทราบจากครูคนอื่น ว่า ครูผู้ก่อเหตุอ้างว่าเด็กคุยกันในเวลาเรียน จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบลงโทษเด็ก แต่ผ่านมาแล้ว 6 วัน ครูที่ก่อเหตุยังไม่ยอมรับโทรศัพท์ หรือพบเพื่อพูดคุยกับตนในฐานะพ่อของเด็กแต่อย่างใด จึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก พร้อมกับต้องการเรียกร้องความถูกต้องให้กับลูกชายของตน จึงต้องนำบุตรชายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่นไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจึงพาบุตรชายไปตรวจร่างกายที่ รพ.ศรีนครินทร์ โดยละเอียด ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าแก้วหูของบุตรชายตนเกือบทะลุ แสดงว่าต้องถูกกระทำอย่างรุนแรง
กรณีดังกล่าว นายพีระพล พัฒนะพีระเดช นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ได้ขอให้สื่อมวลชนรอความชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย อย่าเพิ่งนำเสนอข่าวด้านใดด้านหนึ่ง โดยตนในฐานะผู้บริหารสูงสุดของเทศบาลนครขอนแก่น จะไม่เข้าไปแทรกแซงการบริหารงานของโรงเรียนเทศบาลในสังกัด
อย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาที่เกิดขึ้น ได้เรียกผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวเข้าชี้แจง ในช่วงเที่ยงวันนี้ (22 ก.ค.) ซึ่งตนยังตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวมีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยให้สิทธิผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงกับตน โดยต้องดูลึกไปถึงอากัปกิริยาการแสดงออกทั้งสองฝ่ายว่าเป็นอย่างไร การกระทำของครูจริงเท็จแค่ไหน ถึงขั้นละเมิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่ผิดกฎหมาย ก็ดูว่าละเมิดตัวเด็กหรือไม่ ผิดต่อระเบียบราชการอย่างไร มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณา
“ เรื่องที่เกิดขึ้น อาจต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ตนขอฟังคำชี้แจงจากผู้อำนวยการโรงเรียนสวนตสนุกก่อน โดยอยากขอร้องสื่อมวลชน และสังคมให้นึกถึงเรื่องจิตวิญญาณ ครูกับนักเรียน ก็เหมือนลิ้นกับฟัน ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่อย่างนั้นก็อยู่ด้วยกันยาก สังคมไม่ควรยึดแต่กฎระเบียบจนไม่ยอมรับในเรื่องจิตวิญญาณ”
กรณีดังกล่าวมีรายงานแจ้งว่า ทางญาติสามีครูผู้ก่อเหตุได้พยายามโทรศัพท์ไปยังสื่อมวลชนส่วนกลางหลายแห่ง เพื่อขอให้หยุดนำเสนอข่าว โดยนำเรื่องข้อกฎหมายมาอ้างหากเสนอข่าวไปสื่อจะถูกฟ้องกลับ พร้อมระบุว่าสามีของครูคนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น
ที่มา : http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9530000101046
Posted on 28. Jul, 2010 by ขอนแก่น ทอร์ค in ข่าวขอนแก่น ชอบข่าวนี้ กด like ได้เด้อถ้า ใครมี facebook
Leave a Reply
รวบแก๊งตระเวนลักขโมยตัดสายเคเบิ้ล 4 จว.อีสาน
พ.ต.อ.พิษณุ วัตถุ ผกก สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุทธิ ภูหริย์วงศ์สุข รอง ผกก.ป.สภ.พุทไธสง นำตัว นายนิคม พรมเกตุ อายุ 35 ปี อยู่ อ.พล จ.ขอนแก่น , นายไพรวัลย์ กละทู้นันท์ อายุ 30 ปี อยู่ อ.พล จ.ขอนแก่น และนายเรืองสิทธิ์ สืบสุนทร อายุ 30 ปี ก่อเหตุ ทั้ง มีด , เลื่อยตัดเหล็ก, คีมล็อค, ประแจ, คีมตัดสายไฟ และอื่นๆ อีกหลายรายการ มาร่วมกันแถลงข่าว หลังจากตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.พุทไธสง ได้ออกกวาดล้างจับกุมสิ่งผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ อ.พุทไธสง โดยตรวจค้นที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง พบชายทั้ง 3 คน กำลังมั่วสุมเสพยาบ้า จึงขอตรวจค้นภายในห้อง และพบรถยนต์จอดอยู่ภายในรีสอร์ทด้วย ตรวจสอบภายในรถยนต์ พบมีสายเคเบิ้ลโทรศัพท์ ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์จำนวนมาก



