วัดเจติยภูมิ บ้านขาม อำเภอน้ำพอง เป็นหนึ่งในวัดสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการขอเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระธาตุขามแก่น” หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขอเปลี่ยนชื่อวัด เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามความประสงค์ของเจ้าอาวาส โดยขั้นตอนต่อไปคือต้องเสนอให้มหาเถรสมาคมพิจารณา และดำเนินการตามระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้ชื่อทางการจะใช้ว่า “วัดเจติยภูมิ” มายาวนาน แต่ในความรับรู้ของผู้คนจำนวนมาก วัดแห่งนี้ถูกเรียกว่า “วัดพระธาตุขามแก่น” มาโดยตลอด เพราะมีองค์พระธาตุขามแก่นเป็นปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดขอนแก่น เชื่อกันว่าเป็นที่ประดิษฐานพระอังคารธาตุของพระพุทธเจ้า และมีตำนานเล่าขานถึงการอัญเชิญพระธาตุจากนครโมรีย์ ระหว่างทางได้พักพระธาตุไว้บนแก่นของต้นมะขาม ก่อนที่ต้นมะขามนั้นจะฟื้นคืนชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ จึงมีการสร้างพระธาตุครอบต้นมะขามและเรียกว่า “พระธาตุขามแก่น” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส ศิลปะล้านช้าง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 24–25 ปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาที่สำคัญของขอนแก่น รวมถึงมีงานเฉลิมฉลองและนมัสการพระธาตุขามแก่นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6
เหตุผลสำคัญของการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้ คือการใช้ชื่อที่สอดคล้องกับการรับรู้ของสาธารณะ เพราะนักท่องเที่ยวและผู้คนส่วนใหญ่มักรู้จักวัดแห่งนี้ในชื่อ “พระธาตุขามแก่น” มากกว่าชื่อวัดเจติยภูมิ การใช้ชื่อเดียวกับแลนด์มาร์กสำคัญจึงอาจช่วยให้การสื่อสาร การท่องเที่ยว และการจดจำของเมืองทำได้ง่ายขึ้นในยุคที่ Soft Power และการเล่าเรื่องของสถานที่มีความสำคัญมากขึ้น
แต่อีกมุมหนึ่ง การเปลี่ยนชื่อวัดก็อาจทำให้เกิดคำถามในเชิงประวัติศาสตร์และความทรงจำของพื้นที่ เพราะชื่อ “วัดเจติยภูมิ” เองก็เป็นชื่อที่ใช้ในเอกสารราชการและการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมาอย่างยาวนาน การเปลี่ยนชื่อจึงเกี่ยวข้องกับการรับรู้ทางประวัติศาสตร์และการจัดการข้อมูลทางวัฒนธรรมอีกด้วย
สุดท้ายแล้ว คำถามที่น่าสนใจคือ เมื่อเมืองเลือกใช้ชื่อที่ผู้คนเรียกกันจริงในชีวิตประจำวัน อย่าง “พระธาตุขามแก่น” การสื่อสารเรื่องการท่องเที่ยวและภาพจำของเมืองจะชัดขึ้นจริงหรือไม่ และสำหรับชาวขอนแก่นเอง รู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้