ขอนแก่นผ่านคัดเลือก เป็นเมือง Art City

เมื่อเมืองกำลังถูกมองผ่าน “ศิลปะ” จะเปลี่ยนขอนแก่นไปในทิศทางไหน

ขอนแก่นผ่านเข้ารอบ 3 จังหวัดสุดท้ายในการคัดเลือกเพื่อพัฒนาสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ (Art City) หลังจากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม เปิดรับสมัครจังหวัดทั่วประเทศภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนสู่การเป็นเมืองแห่งศิลปะ โดยมีเป้าหมายใช้ศิลปวัฒนธรรมเป็นกลไกสร้างคุณค่าทางสังคมและมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ และจังหวัดที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินในปีนี้ ได้แก่ ขอนแก่น แพร่ และราชบุรี ถือเป็นสัญญาณสำคัญว่าขอนแก่นเริ่มถูกมองในฐานะเมืองที่มีศักยภาพด้านศิลปะ

การเป็นเมือง Art City ไม่ได้หมายถึงเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์สวย ๆ หรือจัดนิทรรศการเป็นครั้งคราว แต่คือเมืองที่ “ศิลปะอยู่ในชีวิตประจำวัน” ศิลปะที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ย่านเมือง โรงเรียน ร้านกาแฟ อีเวนต์ ไปจนถึงกิจกรรมของชุมชน ศิลปะจึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นของตกแต่งเมือง แต่เป็นเครื่องมือพัฒนาเมืองในหลายมิติ ทั้งภาพลักษณ์ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของผู้คน ทำให้เมืองมีเอกลักษณ์ มีเรื่องเล่า และมีบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตและความคิดสร้างสรรค์

และเหตุผลที่ขอนแก่นถูกเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย น่าจะไม่ได้เกิดจากงานศิลปะชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่เกิดจาก “ระบบนิเวศทางวัฒนธรรม” ที่เมืองค่อย ๆ สร้างมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย เครือข่ายศิลปินอิสระ พื้นที่สร้างสรรค์ งานเทศกาลดนตรี งานออกแบบ งานหัตถกรรม ไปจนถึงการทำงานร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เมืองมีทั้งคนทำงานสร้างสรรค์ มีพื้นที่ให้ทดลอง และมีผู้ชมที่พร้อมมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเป็นเมืองศิลปะ

หากขอนแก่นได้รับการคัดเลือกให้เป็น Art City เมืองจะไม่ได้เปลี่ยนแค่ภาพลักษณ์ แต่จะเข้าสู่การพัฒนาที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งด้านนโยบาย งบประมาณ และองค์ความรู้จากสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ขอนแก่นจะมีโอกาสเชื่อมต่อกับเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมระดับชาติและนานาชาติ เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความร่วมมือใหม่ ๆ พร้อมการสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ ย่านศิลปะ และการเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับการศึกษา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระยะยาว จนศิลปะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงเมือง

ในมุมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว Art City จะทำให้ศิลปะกลายเป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่ต่อยอดได้จริง ทั้งในรูปแบบเทศกาล งานแสดง ตลาดสร้างสรรค์ สินค้าออกแบบ และประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เงินไม่ได้หมุนเวียนเฉพาะในช่วงจัดงาน แต่กระจายไปสู่ร้านอาหาร ที่พัก การเดินทาง และแรงงานในพื้นที่ ทำให้เศรษฐกิจเมืองมีความหลากหลาย และพัฒนาต่อไปมากขึ้นในระยะยาว

และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของกระบวนการ Art City คือการที่เมืองเริ่มมีความเห็นร่วมกันว่า ศิลปะไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นกลไกหนึ่งที่สามารถใช้พัฒนาเมืองได้จริง อย่างไรก็ตาม การเป็นเมืองศิลปะจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการคัดเลือกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนในเมือง การเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ได้ทำงาน และการที่ผู้คนรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นของพวกเขาอย่างแท้จริง เพราะในท้ายที่สุด Art City ไม่ได้ถูกสร้างด้วยงานศิลปะเพียงอย่างเดียว แต่ถูกสร้างด้วยผู้คนที่เลือกจะใช้ชีวิตและเติบโตไปพร้อมกับเมืองนั่นเอง

Share on:

Related Posts

Urban
Business
Urban